แชร์

รู้จัก “คะน้า” ทุกสายพันธุ์ ต่างกันอย่างไร?

5 ผู้เข้าชม

รู้จัก “คะน้า” ทุกสายพันธุ์ ต่างกันอย่างไร?
คะน้า คือผักใบเขียวที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัดคะน้าหมูกรอบ คะน้าน้ำมันหอย หรือสลัดเพื่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่า คะน้าแต่ละชนิดมีลักษณะและรสสัมผัสแตกต่างกันอย่างชัดเจน

N&P จะพาคุณไปรู้จักคะน้าแต่ละประเภท พร้อมแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) ที่ใส่ใจธรรมชาติ เพื่อให้คุณได้ทั้งสุขภาพในทุกคำที่รับประทาน

4 ชนิดของคะน้า แตกต่างกันอย่างไร?
1. คะน้าต้น (Kale)
ลักษณะเด่น
- ใบแคบ ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบ
- ลำต้นขนาดใหญ่ ก้านใบหนา แข็งแรง
รสสัมผัส
กรอบ หวานเล็กน้อย โดยเฉพาะส่วนลำต้น
เมนูที่เหมาะ
- ผัดคะน้าน้ำมันหอย
- ผัดคะน้าหมูกรอบ
- ผัดซีอิ๊วใส่คะน้า
เหมาะสำหรับเมนูผัดไฟแรง เพราะลำต้นหนาช่วยคงความกรอบได้ดี
2. คะน้ายอด (Branching Kale / คะน้าก้าน)
ลักษณะเด่น
- ใบปลายแหลม ผิวเรียบ ใบต่อต้นน้อย
- ปล้องยาว ลำต้นเดี่ยวอวบ
รสสัมผัส
กรอบนุ่ม หวานธรรมชาติ ยอดอ่อนรับประทานง่าย
เมนูที่เหมาะ
- ผัดไฟแรง
- ลวกจิ้มน้ำพริก
- เครื่องเคียงยำต่าง ๆ
เป็นตัวเลือกยอดนิยมในร้านอาหาร เพราะหน้าตาสวยและเคี้ยวง่าย
3. คะน้าฮ่องกง (Chinese Kale)
ลักษณะเด่น
- ใบกว้างใหญ่ ปลายใบมน ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย
- ปล้องสั้น
รสสัมผัส
ใบหนานุ่ม ลำต้นไม่แข็งมาก รสหวานกว่าคะน้าทั่วไปเล็กน้อย
เมนูที่เหมาะ
- ผัดน้ำมันหอย
- ผัดกระเทียม
- ลวกเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียง
ด้วยใบกว้าง ทำให้จัดจานสวย ดูพรีเมียมมากขึ้น
4. คะน้าใบหยิก หรือ เคล (Curly Kale)
ต่างจากคะน้าทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ลักษณะเด่น
- ใบหยิกเป็นลอนฟู
- ลำต้นขนาดเล็ก
รสสัมผัส
กรุบเบา มีกลิ่นเขียวเฉพาะตัว
เมนูที่เหมาะ
- สลัดสุขภาพ
- ปั่นสมูทตี้
- ต้มจับฉ่าย
- ผัดน้ำมันมะกอก


วิธีสังเกตความแตกต่างของคะน้า
หากต้องเลือกซื้อคะน้าให้เหมาะกับเมนู ลองพิจารณา 3 จุดหลักนี้
1. รูปทรงใบ – แคบหรือกว้าง ปลายแหลมหรือมน
2. ผิวใบ – เรียบ หยิก หรือเป็นคลื่น
3. ลำต้นและปล้อง – ใหญ่ หนา สั้น หรือยาว
การเลือกให้เหมาะกับเมนู จะช่วยยกระดับรสชาติและเนื้อสัมผัสอาหารอย่างชัดเจน

แนวทาง Organic Farming ของ N&P
เกษตรอินทรีย์ที่ใส่ใจระบบนิเวศ
ที่ N&P เราเชื่อว่า “ธรรมชาติที่สมดุล คือรากฐานของอาหารที่ดี”
การปลูกคะน้าแบบ Organic Farming ไม่ใช่แค่การงดใช้สารเคมี แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงและยั่งยืน
1. จัดระบบสภาพนิเวศให้หลากหลาย
ปลูกพืชหลายชนิดร่วมกัน รวมทั้งไม้ดอก เพื่อสร้างสมดุลในแปลงปลูก
2. ไม่ทำอันตรายศัตรูธรรมชาติ
เช่น
- นกกินแมลง
- กบ เขียด คางคก
สัตว์เหล่านี้ช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยธรรมชาติ ลดความจำเป็นในการใช้สารเคมี
3. ศึกษาระบบแมลงที่มีประโยชน์
เช่น
- แมลงห้ำ
- แมลงเบียน
เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ช่วยกำจัดศัตรูพืชตามธรรมชาติ

คะน้าอินทรีย์ ดีต่อคุณอย่างไร?
คะน้าเป็นผักใบเขียวที่อุดมไปด้วย
- วิตามินเอ
- วิตามินซี
- แคลเซียม
- ใยอาหาร
- เบต้าแคโรทีน
ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา ผิวพรรณ และระบบไหลเวียนโลหิต

เมื่อปลูกแบบออร์แกนิก คุณจึงมั่นใจได้มากขึ้นว่า
สิ่งที่ดีต่อร่างกาย ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม

เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากดินที่ดี
ทุกต้นคะน้าที่เติบโตจากดินออร์แกนิก
ไม่ได้ให้เพียงคุณค่าทางอาหาร
แต่ยังสะท้อนความตั้งใจ ความใส่ใจ และความเคารพต่อธรรมชาติ


บทความที่เกี่ยวข้อง
มะเขือเทศออร์แกนิค กรอบ ฉ่ำ อร่อย พร้อมพลังไลโคปีนที่มากกว่า
ทำไม “มะเขือเทศปรุงสุก” จึงให้ประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิด หลายคนเชื่อว่า ผักต้องทานสดเท่านั้น ถึงจะได้คุณค่าสูงสุด
Amazing Buckwheat Grains
ธัญพืชพลังสูง ปราศจากกลูเตน ทางเลือกเพื่อสุขภาพหัวใจและการควบคุมน้ำตาล
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy